November 30, 2022

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตำนานดาวยิง ผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้ปีศาจแดง คว้า “ทริปเปิ้ลแชมป์” ในปี 1999

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเต็ม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ฉายา : เพชฌฆาตหน้าทารก

เกิด : 26 กุมภาพันธ์ 1973 (2516) ที่เมืองคริสเตียนซุนด์ ประเทศนอร์เวย์

อายุ : 47 ปี

สัญชาติ : นอร์เวย์

ตำแหน่ง : กองหน้า

ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร

เส้นทางลูกหนัง

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1973 ที่เมือง คริสเตียนซุนด์ ประเทศนอร์เวย์ โดย โซลชา เริ่มจากการเล่นฟุตบอลเป็นงานอดิเรก กับทีม เคลาเซเนนเก้น ทีมระดับดิวิชั่น3 ของนอร์เวย์ ซึ่งก่อนที่เขาจะย้ายไปเล่นให้กับ โมลด์ ทีมในลีกสูงสุดของประเทศ ในปี 1995 โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อายุ 22 ปี สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างเยี่ยมยอด จนถูกเรียกตัวติด ทีมชาตินอร์เวย์ ชุดใหญ่ และได้รับฉายาว่า “อลัน เชียร์เรอร์ แห่งนอร์เวย์”

จนกระทั่งกลางปี 1996 เขาลงสนามให้ ทีมโมลด์ ไป 45 นัด และยิงซัดไปถึง 33 ประตู เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนั้น ก็ไม่รอช้า รีบจัดการคว้าตัวเด็กหนุ่ม วัย 23 ปี รายนี้ ไปร่วมทีมทันที ด้วยมูลค่า 1.5 ล้านปอนด์ซึ่งโอเล่ กุนนาร์ โซลชา  ก็ไม่ทำให้ นายใหญ่ชาวสกอตต์ ต้องผิดหวัง และสามารถระเบิดฟอร์มเก่งได้ตั้งแต่ซีซั่นแรกในสีเสื้อ ยูไนเต็ด หลังยิงซัดไปถึง 19 ประตู จากการลงสนาม 46 นัดรวมทุกรายการ ครองตำแหน่ง ดาวซัลโวของทีม พร้อมพาต้นสังกัดคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1996/97 ได้สำเร็จ

และเหตุการณ์สำคัญที่สร้างชื่อให้กับโอเล่ กุนนาร์ โซลชา และทำให้เขากลายเป็นที่จดจำของแฟนบอลผีแดงทุกคนมากที่สุด คงหนีไม่พ้น เกมในนัดชิงชนะเลิศ ของศึก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก 1998/99 ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งในเวลานั้น เพิ่งคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก และ แชมป์เอฟเอ คัพ มาได้สำเร็จ ลงสนามดวลกับทีม “เสือใต้” บาเยิร์นมิวนิค โดยเชื่อว่าเกมดังกล่าว น่าจะยังอยู่ในความทรงจำของเหล่าสาวก ปิศาจแดง แบบไม่อาจลืมเลือน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เมื่อทีมของพวกเขาสามารถสร้างปาฏิหาริย์ โกงความตาย ด้วยการยิงซัด 2 ประตูรวด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ สามารถพลิกแซงชนะ ยอดทีมจากเยอรมนี คว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแบบสุดดราม่า พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็น “ทริปเปิ้ลแชมป์” อย่างสุดยิ่งใหญ่

ซึ่งนักเตะผู้ยิงประตูชัยให้ทีมปิศาจแดงในนาทีสุดท้าย ซึ่งกลายเป็นตำนานที่สำคัญของสโมสร ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก เพชฌฆาตหน้าทารก ที่ถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองอีกเช่นเคย

และโอเล่ ในวัย 32 ปี กลับมาคืนสนามในฤดูกาล2005/06 แต่ก็ไม่ได้ลงสนามมากนัก จนถึงฤดูกาล 2006/07 เขากลับมาทำผลงานได้ดี หลังยิงได้ 11 ประตู จากการลงสนาม 32 เกมในทุกรายการ ซึ่งฤดูกาลนี้เอง ได้กลายเป็นปีสุดท้ายในอาชีพการค้าแข้งของเขา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในวัย 34 ปี ประกาศแขวนสตั๊ด หลังคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งที่ 6 กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    ปิดฉากเส้นทางการค้าแข้ง 11 ปีใน โรงละครแห่งความฝัน อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการลงเล่นไป 365 นัด ซึ่งยิงไปถึง 127 ประตู

และสำหรับผลงานกับ ทีมชาตินอร์เวย์ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปิดตัวกับทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 1995 ในเกมกระชับมิตร ที่พวกเขา เสมอกับ ทีมจาไมก้า 1-1 ซึ่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถทำประตูแรกให้ทีมได้ทันที ด้วยวัย 22 ปี 9 เดือน จากนั้น เขาก็ได้ติดธง พาทีมชาติไปแข่งขันในทัวร์นาเม้นต์สำคัญ อย่าง ฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส และสามารถพาทีมทะลุเข้ารอบสองได้สำเร็จ ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติ อิตาลี 0-1 และในศึก ยูโร 2000 ที่ประเทศฮอลแลนด์และเบลเยียม ซึ่งนอร์เวย์ตกรอบแรก ถึงแม้ว่า โซลชา จะยิงประตูในการแข่งขันทั้ง 2 รายการนี้ไม่ได้ แต่เขาก็ยิงประตูในนามทีมชาติไป 23 ลูก จากการรับใช้ชาติ 67 นัด ซึ่งเกมนัดสุดท้าย คือ เกมที่ นอร์เวย์ พ่ายแพ้ให้กับ โครเอเชีย 1-2 ในแมตช์กระชับมิตร เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2007 หรือ 19 วันก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 34 ปีบริบูรณ์

เส้นทางในฐานะกุนซือ

หลังจากโซลชา แขวนสตั๊ด ก็เริ่มต้นเส้นทางการเป็นกุนซือทันที โดยเริ่มจากการเป็น โค้ชกองหน้า ให้กับ ทีมปีศาจแดง ในฤดูกาล2007/08 ก่อนที่เขาจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุด U23 ในฤดูกาล 2008/09 ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ได้อย่างมากมาย อาทิ พรีเมียร์ลีก สำรอง 1 สมัย, แชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรอง ตอนเหนือ 1 สมัย, แชมป์ แลนคาเชียร์ ซีเนียร์คัพ1 สมัย และแชมป์ แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์คัพ อีก 1 สมัย

และจากผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้ในช่วงต้นปี 2011โซลชา ได้รับงานคุมทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ด้วยการรับหน้าที่เป็น ผู้จัดการทีม ให้กับ อดีตต้นสังกัดอย่าง โมลด์ สโมสรในลีกบ้านเกิดของเขา และยังคงสามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย พร้อมทั้งแชมป์ นอร์เวย์คัพ อีก 1 สมัย

จนกระทั่ง ต้นปี 2014 โซลชา ได้ย้ายไปคุมทีม คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ ทีมในศึกพรีเมียร์ลีกในเวลานั้น พร้อมกับภารกิจอันหนักอึ้ง คือ การต้องช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นในฤดูกาล 2013/14 ให้ได้ แต่สุดท้ายเขาก็ทำไม่สำเร็จ หลังพาทีมชนะ 3 เสมอ 3 และแพ้ไปถึง 12 เกม ส่งผลให้ต้องตกชั้น ด้วยการเป็นทีมบ๊วยของตาราง จากนั้น หลัง คาร์ดิฟฟ์ หล่นลงไปเล่นในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และในฤดูกาลต่อมา พวกเขาก็ยังคงทำผลงานไม่ดีนัก ทำให้ โอเล่ ถูกปลดออกจากเก้าอี้กุนซือ ในเดือนกันยายน 2014

ประมาณ1ปีต่อมา ในเดือนตุลาคม 2015 โซลชา ได้กลับไปเป็นนายใหญ่ให้กับ โมลด์ อีกครั้ง ก่อนจะพาทีมคว้าอันดับ 6 ก่อนที่ปี 2016 จะพาทีมจบในอันดับ 5 โดย โซลชา ทำให้ทีมกลับมาทำผลงานได้ดีขึ้นตามลำดับ จน โมลด์ ขยับขึ้นไปเป็น รองแชมป์ 2 สมัยติด ในปี 2017 และ

และจุดเปลี่ยนในอาชีพกุนซือของเขา ได้เกิดขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม 2018 เมื่อสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้งให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ารับตำแหน่ง รักษาการณ์ผู้จัดการทีม หรือ ผู้จัดการทีม แบบชั่วคราว แทนที่ของ โจเซ่มูรินโญ่ หลังจาก เฮดโค้ชชาวโปรตุกีส พาทีมบุกไปแพ้ให้กับทีม ลิเวอร์พูล แบบหมดรูป 1-3 ในศึกแดงเดือด

และจากนั้น สิ่งที่ไม่น่าเชื่อเชื่อก็เกิดขึ้นในรั้ว โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อ โซลชา สามารถปลุกใจให้เหล่านักเตะกลับมาเล่นด้วยความมุ่งมั่นและฮึกเหิม จนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเขาพาทีม ชนะรวดในการคุมทีม 8 นัดแรก โดยแบ่งเป็น พรีเมียร์ลีก 6 นัด และ เอฟเอ คัพ2 นัด และชนะ 10 เสมอ 1 ใน 11 เกมแรก ก่อนที่เขาจะพาทีมโกงความตาย พลิกเอาชนะทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ผ่านเข้ารอบต่อไปได้ แบบสุดดราม่า

และในที่สุด ปีศาจแดง จึงทำการแต่งตั้งให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นกุนซือแบบถาวร ในวันที่ 28 มีนาคม 2019 พร้อมฝากสถิติสุดสวยหรู ชนะ 14 เสมอ 2 แพ้ 3 จาก 19 นัด ที่คุมทีม ในฐานะ กุนซือแบบรักษาการณ์ แต่แล้ว สิ่งเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อหลังจากที่  โอเล่ กุนนาร์ โซลชาได้เป็นกุนซือแมนยู แบบเต็มตัว ผลงานของทีม ก็กลับย่ำแย่ลงอย่างน่าใจหาย โดย8 เกมสุดท้ายในลีก พวกเขาทำได้เพียงชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ไปถึง 4 เกม และใน 5 เกมสุดท้าย ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลยแม้แต่เกมเดียว ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จบฤดูกาล 2018/19 ด้วยอันดับ 6

เกียรติประวัติ

รางวัลในฐานะนักเตะ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :

  • แชมป์ พรีเมียร์ลีก 6 สมัย : 1996/97, 1998/99, 1999/20, 2000/01, 2002/03, 2006/07
  • แชมป์ เอฟเอ คัพ2 สมัย : 1998/99, 2003/04
  • แชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย : 1998/99
  • แชมป์ อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ1 สมัย : 1999

รางวัลในฐานะผู้จัดการทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุด U23 :

  • แชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรอง 1 สมัย : 2009/10
  • แชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรอง ตอนเหนือ 1 สมัย : 2009/10
  • แชมป์ แลนคาเชียร์ ซีเนียร์คัพ1 สมัย : 2007/08
  • แชมป์ แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์คัพ1 สมัย : 2008/09

โมลด์ :

  • แชมป์ ทิปเปลิเก้น (ชื่อลีกในเวลานั้น) ลีกสูงสุดของ นอร์เวย์2 สมัย : 2011, 2012
  • แชมป์ นอร์เวย์คัพ1 สมัย : 2013